GClub โรนัลดินโญ่ ลุกขึ้นมาสังหารเอง

GClub

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้แค่ 7 นาที เลอันโดร โซโมซ่า กองกลางบียาร์เรอัล ไปทำฟาวล์ โรนัลดินโญ่ ผู้ตัดสินเป่าเป็นฟรีคิกทันที ซึ่ง โรนัลดินโญ่ ลุกขึ้นมาสังหารเองปั่นโค้งเข้าไปตุงตาข่ายให้ บาร์ซ่า นำเป็น 2-0 ผ่านมาถึงนาทีที่ 55 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้าง ลิม่า GClub ดันขึ้นมาจ่ายให้กับ มาเรียโน่ ปาโวเน่ ซัดแต่ไม่ผ่านมือของ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารบาร์ซ่า สามนาทีต่อมา โรนัลดินโญ่ ไหลให้กับ ลีโอเนล เมสซี่ ซัดไม่ผ่านมือของ ริการ์โด้ โลเปซ นายทวารทีมเยือน จากนั้น เบติส เปลี่ยนเอา โฆเซ่ มารี ลงมาเล่นแทน มาเรียโน่ ปาโวเน่ เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 69 ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ของบาร์ซ่า หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดบอลไม่เข้ากรอบอีกตามเคย เจ้าบ้านเปลี่ยน เธียร์รี่ อองรี กองหน้าตัวเก่งออกมาพักแล้วส่ง โบยาน เกร์กิช เด็กดาวรุ่งลงมาเล่นแทนในนาทีที่ 79 ท้ายเกมเจ้าถิ่นถอด ชาบี เอร์นานเดซ ออกแล้วให้ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ลงมาเล่นแทน ช่วงทดเจ็บนาทีแรก บาร์ซ่า มาได้ประตูย้ำชัย เมื่อ ฆัวนิโต้ ไปทำฟาวล์ ลีโอเนล เมสซี่ จนล้มคว่ำ ทำให้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกฟรีคิกของบาร์ซ่า ทางริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย โรนัลดินโญ่ รับอาสาปั่นโค้งเล่นทางบอลทะลุกำแพงของเบติส ก่อนชนเสาเข้าประตูไปช่วยให้ บาร์เซโลน่า เอาชนะไปได้สวยงาม 3-0 เหลือตามหลัง เรอัล มาดริด จ่าฝูง แค่คะแนนเดียวเท่านั้น แอตเลติโก มาดริด 3 – บียาร์เรอัล 4 “ทีมตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เก็บชัยมาแล้ว 3 จาก 4 นัดหลังสุด ไม่มี ดีเอโก้ ฟอร์ลัน กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา จนชวดลงสนามเจอกับต้นสังกัดเก่า แต่ได้ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตู หายเจ็บขาลงมาล่าตาข่ายได้ ขยับมาทาง “เยลโล่ ซับมารีน” บียาร์เรอัล ให้โอกาสกับ จูเซ็ปเป้ รอสซี่ ดาวยิงวัยรุ่นชาวอิตาเลี่ยน ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตู พาทีมชนะมา 2 ใน 3 นัดหลังสุด ลงล่าตาข่ายกับ กีเยร์โม่ ฟรานโก้ บาคาร่าออนไลน์ ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้แค่ 9 นาที แอต. มาดริด สามารถขึ้นนำไปก่อน เมื่อ มาเรียโน่ เปร์เนีย วางบอลยาวเข้าเขตโทษให้ ปาโบล อิบานเยซ กองหลังขึ้นมาโขกเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาดให้เจ้าบ้านนำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว จากนั้นเกมของเจ้าบ้านคึกคักมากขึ้น มาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 24 ซิเมา ซาโบรซ่า รับบอลจาก มานิช ทางกราบซ้าย ก่อน ซิเมา จะเลี้ยงตัดเข้าในกรอบโทษแล้วตะบันด้วยเต็มข้อ ส่งบอลเสียบหน้าต่างเสาสองเข้าไปอย่างสวยงามให้ แอตเลติโก มาดริด นำขาด 2-0 ผ่านมาครึ่งชั่วโมง ทีมเยือนไล่ตีไข่แตกได้ โจน กัปเดบีล่า วางบอลยาวจากแดนหลังมาให้ จูเซ็ปเป้ รอสซี่ หลุดไปกระดกบอลข้ามตัว เลโอ ฟรังโก้ เข้าประตูอย่างเหนือชั้นให้ บียาร์เรอัล ตามมา 1-2 และเป็นประตูที่ 7 ของรอสซี่

ขึ้นมานำเป็นดาวซัลโวร่วมของ ลา ลีกา ก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 4 นาที บียาร์เรอัล ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกเตะมุม รอสซี่ เปิดเข้ามาในกรอบโทษ กองหลังตราหมีสกัดออกมาไม่ดี กลายเป็นตั้งบอลให้ ฟาบริซิโอ ฟวนเตส อัดเต็มๆเสียบตาข่าย คาสิโนGClub ช่วยให้เสมอกันไปก่อน 2-2 เมื่อหมดครึ่งแรก มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง บียาร์เรอัล เปลี่ยนแปลงผู้เล่นให้ ปาสกาล ซีก็อง ลงมาเล่นแทน ฟาบริซิโอ ฟวนเตส รวมทั้งให้ นิฮัต ลงมาเล่นแทน จูเซ็ปเป้ รอสซี่ นาทีที่ 49 ตราหมี ได้ลูกโทษที่จุดโทษ หลังจาก บรูโน่ ของทีมเยือนไปทำแฮนด์บอล แต่ มักซี่ โรดริเกซ ดันซัดด้วยขวาออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ผ่านมาถึงนาทีที่ 61 ทีมตราหมี ออกนำจนได้ จากจังหวะที่ ซิเมา ซาโบรซ่า เปิดฟรีคิกมาให้กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ โหม่งเข้าไปให้แอต. มาดริด นำอีกครั้ง 3-2 ทว่า 8 นาทีต่อมา บียาร์เรอัล ทวงคืนได้อีกครั้ง กีเยร์โม่ ฟรานโก้ เปิดบอลให้กับ นิฮัต คาห์เวซี่ ที่ลงมาเป็นสำรองซัดเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 3-3 เกมทำท่าว่าจะจบเท่านี้ แต่แล้วช่วงทดเจ็บ บียาร์เรอัล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 4-3 จากจังหวะที่จ่ายแทงทะลุช่องให้ นิฮัต คาห์เวซี่ วิ่งทะลุไปรับบอลก่อนจะแปยัดเสาแรกเข้าไป เวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม 90 นาที บียาร์เรอัล บุกมาเฉือนชนะไป 4-3 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ฤดูกาล2007/2008) เวสต์แฮม 1 – โบลตัน 1 เวสต์แฮม เปิดสนามอัพตัน ปาร์ค รับการมาเยือนของโบลตัน โดยอลัน เคอร์บิชลี่ย์ กุนซือเจ้าถิ่นส่ง คาร์ลตัน โคล เป็นกองหน้าตัวเดียว หลังบรรดาตัวหลักทั้งเคร็ก เบลลามี่ และดีน แอชตัน ต่างเจ็บทั้งคู่ ส่วนทีมเยือนแกรี่ เม็กสัน ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ทีมเป็นนัดที่สองใช้งาน เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ กับ เควิน เดวี่ส์ ยืนหน้าคู่กัน GClubบาคาร่า  หลังนิโกล่าส์ อเนลก้า ยังเจ็บอยู่ เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเดินหน้าบุกใส่กันทันที นาทีที่ 10 โบลตัน ได้ลุ้นแบบชัดเจนก่อน ในจังหวะที่ได้ลูกฟรีคิกระยะกว่า 25 หลาหน้าประตู และเป็น อิบัน คัมโป้ กองกลางตัวเก๋าชาวสเปนวิ่งเข้าอัดด้วยขวาหลุดเสาไปนิดเดียว แต่ว่าหลังจากนั้นแต่ 8 นาที กลายเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูนำไปก่อน ในจังหวะต่อเนื่องที่ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย และโนลเบอร์โต้ โซลาโน่ หยอดมาที่เสาแรกยุสซี่ ยัสเคไลเน่น ออกมาตัดบอลไม่ดีลูกตกมาถึงแม็ทธิว อัพสัน ตวัดยิงด้วยซ้ายจ่อๆ หน้าประตูไปติดกองหลังทีมเยือนเคลียร์ได้บนเส้น ลี โบวเยอร์ เก็บตกได้ก่อนเปิดย้อนมากองหลัง โบลตันเคลียร์ไม่ขาดอีกครั้ง และจังหวะสุดท้าย จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์ คร่อมตัววอลเล่ย์ด้วยขวาเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม เวสต์แฮม นำ 1-0