แทงบอลสเต็ป ทำท่าว่ารูปเกมจะดีขึ้นมาเรื่อยๆ

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดสอง) ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อรับการมาเยือนของ แทงบอลสเต็ป โบรุสเซีย ดอร์มทุนด์ โดยเกมแรกทั้งสองทีมเสมอกันมาก่อนในบ้าน “เสือเหลือง“ ที่สกอร์ 1-1 นาทีที่ 5 เปิดฉากครึ่งแรกได้ไม่นานทีมเยือนมาได้ประตูออกนำเร็วชนิดช็อคแฟน “หงส์แดง” ทั้ง แอนฟิลด์ จากจังหวะ เฮนริคห์ เอ็มคิตาร์ยาน ตามซ้ำลูกยิงของ โอบาเมยองเข้าไปอย่างง่ายดาย  นาทีที่ 9 สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ หลังจาก ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง โชคความเร็วและสุดเฉียบขาด หลุดขึ้นมาทางขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยขวาบอลเสยตาข่ายเข้าไปอย่างงดงาม

แทงบอลสเต็ป
บอลสเต็ป SBOBET LINE ID : GOALCASINO โทร. 080-6093080 , 080-6093081

ผ่าน 25 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ ลิเวอร์พูล โดนทิ้งห่างถึง 2 ตุง ก็ทำท่าว่ารูปเกมจะดีขึ้นมาเรื่อยๆ แถมยังหวิดได้ประตูตีไข่แตกอยู่หลายครั้งหลายครา แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังคงไม่เฉียบขาดพอ ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เดินหน้าบุกใส่แผงหลัง “เสือเหลือง”เป็นส่วนใหญ่ และ ดอร์ทมุนด์ ปรับแผนมาเล่นรับแล้วรอสวน แถมยังเกือบจะได้ประตูที่ 3 หลายครั้งอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้าบ จบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนทำประตูกันได้เพิ่ม ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 2-0ทีมเยือนเป็นฝ่ายบุกมานำเหมือนเดิม

เริ่มครึ่งหลัง แทงบอลชุด ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม  นาที 48 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่ 3 นาทีแรกของครึ่งหลัง จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ดิว็อค โอริกี้ ก่อนจะจิ้มบอลผ่านตัว โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 57 หลังจากเสียประตูตีไข่แตกได้ไม่นาน ดอร์ทมุนด์ มายิงประตูทิ้งห่าง “หงส์แดง” ออกไปอีกครั้ง จากจังหวะจ่ายทะลุช่องมาถึง มาร์โค รอยส์ ได้หลุดไปยิงเหน่งๆผ่านตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปไม่มีพลาด  นาที 66 “หงส์แดง” กลับมามีกำลังใจในการกลับมาอีกครั้ง หลังจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ใช้ลูกเก่งซัดเน้นๆจากนอกกรอบเขตโทษให้สกอร์เจ้าบ้านกลับมาตามหลังที่ 2-3  นาที 77 ประตูที่ 6 ของเกมเป็นทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่มาทำได้จากจังหวะโขกเผาขนของ มามาดู ซาโก้ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม นักเตะ ดอร์ทมุนด์ ปล่อยบอลตกพื้นก่อนที่จะหลุดมาถึง ซาโก้ สังหารเข้าไปไม่มีพลาด

นาที 90+1 และแล้วความดราม่าก็มาบังเกิดใน แอนฟิลด์ ขึ้นอีกครั้ง!! เมื่อ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะฟรีคิกบริเวณเกือบกลางสนาม เจมส์ มิลเนอร์ จาดเลียดๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก่อนจะวิ่งมารับบอล พร้อมเปิดบรรจงเปิดย้อยๆไปถึง เดยัน ลอฟเลนเทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะ บอลมุ่งหน้าเบียดเสาเข้าไปตุงตาข่ายชนิดที่สาวก “เดอะค็อป” เฮลั่นบ้านจนสนามแทบแตก ก่อนที่ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย “เสือเหลือง” จะมาได้ลูกฟรีคิกชี้ชะตา และอิลคาย กุนโดกัน สังหารพลาดซัดหลุดกรอบทำให้ท้ายที่สุด “หงส์แดง” เป็นฝ่ายตีตั๋วรอบรองชนะเลิศในศึก ยูโรป้า ลีก ไปได้สำเร็จด้วยสกอร์ 4-3 (รวมผล 2 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 5-4)