ทางเข้าGClub กับเพื่อนร่วมทีมทุกๆ คน

ทางเข้าGClub

สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวของ เบลลามี่ นั้น ทางเข้าGClub ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย หากดูจากวีรกรรมในอดีต อาทิ การทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงกับ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เพื่อนร่วมทีมสมัยค้าแข้งอยู่กับ “หงส์แดง” จนถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วยการหวดไม้กอล์ฟ หรือการมีปากเสียงกับ แกรม ซูเนสส์ กุนซือจอมเฮี้ยบ ในสมัยลงเล่นให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วีรกรรมอันสุดห่ามครั้งล่าสุดของ “เบลเลอร์ส” ยังถือเป็นการเพิ่มพูนความกดดันให้กับ “บิ๊ก เคิร์บ” มากขึ้นตามไปด้วย หลังจากที่ พอล คอนเชสกี้ อดีตฟูลแบ็ก เวสต์แฮม ที่ย้ายไปอยู่กับ ฟูแล่ม เคยออกมาแฉว่า ไม่เคยชื่นชอบในตัวของเจ้านายเก่าเลยแม้แต่นิดเดียว เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมทุกๆ คน ฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ชาลเก้ 4 – ดอร์ทมุนด์ 1 ครึ่งแรก ชาลเก้ เป็นฝ่ายพับสนามบุก และได้ประตูออกนำไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 11 เมื่อ คริสเตียน พานเดอร์ โยนให้ มาร์เซโล่ บอร์ดอน โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้นรูปเกมของ ” ราชันสีน้ำเงิน ” ยังเหนือกว่า และมีโอกาสได้ประตูที่สองเพิ่มอีกหลายหน และถึงนาทีที่ 31 เจ้าถิ่นได้ประตูหนีไปเป็น 2-0 จากการซัดฟรีคิกของ พานเดอร์ หลังจากนั้น ชาลเก้ ยังเป็นฝ่ายบุกอยู่ข้างเดียวแต่ทำประตูที่สามเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรกออกนำสบาย 2-0 ครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์ พยายามแก้เกมด้วยการส่ง เนลสัน บัลเดซ ลงมาเล่นแทน ดิเอโก้ คลิโมวิช ที่โชว์ฟอร์มไม่ออกในครึ่งแรก แต่ ชาลเก้ ก็ยังเหนือกว่า และน่าจะได้อีกประตูจากจังหวะการทำ ชิ่งของ เกรัดล์ อซาโมอาห์ กับ เควิน คูรานี่ ก่อนที่ อซาโมอาห์ จะได้โอกาสสับไกเต็มข้อบอลหลุดออกนอกกรอบไปอย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม ถึงนาทีที่ 59 อซาโมอาห์ ก็โหม่งพัง ประตูให้เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0 แต่ นาทีที่ 66 บัลเดซ โหม่งให้ ” เสือเหลือง ” ไล่ตามมาเป็น 1-3 จากนั้นนาทีที่ 78 เควิน คูรานี่ ก็มาซัดประตูปิดท้ายให้ ชาลเก้ เป็นฝ่ายชนะไป อย่างสวยงาม 4-1 เบรเมน 0 – บาเยิร์น มิวนิค 4 ครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมบุกแลกกันอย่างสนุกและมีโอกาสลุ้นทำประตูกันหลายหน โดย บาเยิร์น ได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ ลูก้า โทนี่ บาคาร่า GClub ขณะที่ เบรเมน ใช้จังหวะโต้กลับและเกือบได้ประตูขึ้นจาก บูบาคาร์ ซาโนโก้ แต่ก็ถูกนายทวาร โอลิเวอร์ คาห์น ป้องกันเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ถึงนาทีที่ 31 บาเยิร์น มาได้ลุกจุดโทษเมื่อ เพทรี่ พาซาเน่น สกัด ลูก้า โทนี่ ล้มลงในเขตโทษ ฟร้องค์ ริเบรี่ ปีกทีมชาติ ฝรั่งเศส ซัดเข้าไปอย่างสวยงามให้ทีมขึ้นนำ 1-0 หลังจากเสียประตู เบรเมน โหมบุกหนักและเกือบทำประตูตีเสมอได้จากการซัดฟรีคิกของ นาลโด้ แต่บอลหลุดออกนอกกรอบไปอย่างหวุดหวิด จบครึ่งแรก บาเยิร์น เป็นฝ่ายออกนำ 1-0 ครึ่งหลัง บาเยิร์น เปลี่ยนเอา มิโรสลาฟ โคลเซ่ หัวหอกทีมชาติ เยอรมัน ที่มีอาการบาดเจ็บออกและให้ ฮามิต อัลตินท็อป ลงไปเล่นแทน อย่างไรก็ตามทีมเยือนก็ มีโอกาสลุ้นทำประตู ที่สองอีกครั้งในนาทีที่ 47 จากการยิงไกลของ ริเบรี่ แต่บอลก็ออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตามถึงนาทีที่ 51 ” เสือใต้ ” ได้ประตูหนีห่างไปเป็น 2-0 เมื่อ คาสิโน GClub อัลตินท็อป จ่ายบอลให้ ลูก้า โทนี่ สับไกเข้าไปอย่างสวยงาม ผ่านมาถึงหนึ่งชั่วโมง เบรเมน พยายามแก้เกมด้วยการส่ง คาร์ลอส อัลแบร์โต้ และ เควิน ชินด์เลอร์ ลงมาเล่นแทน ยูริก้า วรันเยส และ ฮูโก้ อัลเมด้า แต่รูปเกมก็ยังไม่ดีขึ้น แถมทีมเยือนยังมาได้ประตูที่สามจาก อัลตินท็อป ผู้เล่นสำรองในนาทีที่ 79 และก่อนหมดเวลาสามนาที อันเดรียส์ อ็อตเทิ่ล มายิงประตูปิดท้าย จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เป็นฝ่าย บุกมาชนะไป 4-0 คว้าชัยสองนัดรวดนำเป็นจ่าฝูงต่อไป แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3 – สตุ๊ตการ์ท 1 ครึ่งแรก แฮร์ธ่า เป็นฝ่ายทำเกมรุกได้เหนือกว่าแต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคมในการพังประตู ขณะที่แชมป์เก่า สตุ๊ตการ์ท ที่ขาดสองกองหน้าตัวจริงอย่าง คาเคา และ มาร์โอ โกเมซ ที่เดี้ยงทั้งคู่ทำให้ต้องลงไปตั้งรับและเน้นจังหวะโต้กลับเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามถึงนาทีที่ 15 ” ม้าขาว ” เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำไปก่อนเมื่อ โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ต จ่ายบอลให้ โธมัส ฮิทเซิ่ลสแปเกอร์ ซัดผ่านมือนายทวาร ยาโรสลาฟ ดร็อบนี่ย์ เข้าไป อย่างสวยงาม จบครึ่งแรก สตุ๊ตการ์ท ออกนำ 1-0 ครึ่งหลัง แฮร์ธ่า เปิดฉากบุกทันที และมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 51 เมื่อ ลูซิโอ โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ โซลเฟียน ชาเฮด สังหารเข้าไปไม่พลาดเป็น 1-1 หลังจากนั้น เจ้าถิ่นได้ใจโหมบุกหนักและมาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก มาลิค ฟาธี ในนาทีที่ 65 ทำให้เจ้าถิ่นขึ้นนำอีกหน หลังจากนั้นเกมของ สตุ๊ตการ์ท เริ่มแผ่วลงไป แต่ก็มาได้ประตูเพิ่มจาก โซโลมอน โอโครองโว ในนาทีที่ 80 จบเกม แฮร์ธ่า เป็นฝ่ายชนะไปอย่างสวยงาม 3-1 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด GClub ทำนายทายทักว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอริร่วมเมือง มีแววว่าจะกลายมาเป็นทีมสุดอันตรายใน พรีเมียร์ลีก ได้ในอนาคต ด้วยการเดินตามรอยเท้า เชลซี ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เข้ามาฮุบกิจการสโมสรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ “เสี่ยแม้ว” เข้ามาบริหารงานในถิ่น ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ก็ทุบคลังสโมสรหว่านเม็ดเงิน 40 ล้านปอนด์ ( ราว 2,800 ล้านบาท) กระชากแข้งใหม่เข้ามาเสริมทัพมากหน้าหลายตา จนออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสุดหรู ด้วยการคว้าชัยชนะ 2 นัดรวด โดย “เฟอร์กี้” ยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ จะกลายเป็นทีมที่มีลุ้นแย่งแชมป์รายสำคัญแน่นอน “ในระยะยาวแล้ว ก็เหมือนอย่างที่ เชลซี ได้พิสูจน์ให้เห็นมาก่อนนั่นแหละ หากคุณกระเป๋าหนักพอ แถมยังซื้อนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีมได้แล้ว คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน บางทีนี่อาจจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าชายคนนี้มีเงินมากมายเหลือคณานับ ดังนั้น ใครจะล่วงรู้ถึงอนาคตได้ล่ะ เขาอาจลงเอยด้วยการดึงดาวดังดีกรีทีมชาติบางคนมาเสริมทีมอีกก็เป็นได้” เฟอร์กูสัน กล่าว